Skip to Content

🍡 เคล็ดลับความอร่อยฉบับง่าย! วิธีทำและเก็บรักษา "บัวลอยแช่แข็ง" (Frozen Ball) ให้อร่อยเป๊ะ ไส้เยิ้มทะลัก

เคล็ดลับความอร่อยฉบับง่าย! 
วิธีทำและเก็บรักษา "บัวลอยแช่แข็ง"

วันนี้เรามีไอเทมเด็ดที่ตอบโจทย์คนรักขนมหวานแต่มีเวลาน้อยมาฝากกัน นั่นก็คือ "Frozen Ball" 

ข้อดีของเจ้าบัวลอยแช่แข็งคือ แค่มีติดตู้เย็นไว้ หิวเมื่อไหร่ก็พร้อมเสิร์ฟความฟินได้ทันที แต่จะทำยังไงให้แป้งนุ่มหนึบ 
ไส้ไม่แตก และอร่อยเหมือนไปกินที่ร้าน? วันนี้เรามีวิธีเก็บรักษาและขั้นตอนการทำง่ายๆ



วิธีเก็บรักษาให้แป้งนุ่ม สดใหม่เสมอ

การเก็บรักษาที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญที่ทำให้บัวลอยไม่เสียรสชาติ

  • แช่แข็งเสมอ: ควรเก็บไว้ในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -18°C หรือต่ำกว่า
  • ห้ามละลายแล้วแช่ซ้ำ! นี่คือกฎเหล็กเลยครับ ห้ามนำบัวลอยออกมาละลายน้ำแข็งแล้วนำกลับไปแช่แข็งซ้ำเด็ดขาด เพราะจะทำให้ความชื้นเปลี่ยน เนื้อแป้งจะแตกเวลาต้ม และรสชาติจะเปลี่ยนไป
  • วิธีเก็บเมื่อทานไม่หมด หากเปิดกล่องแล้วทานไม่หมดในครั้งเดียว ควรปิดฝากล่องให้สนิท หรือนำไปใส่ถุงซิปล็อกก่อนนำไปเก็บเข้าช่องฟรีซ เพื่อป้องกันความชื้นและกลิ่นตู้เย็น

วิธีเนรมิตความอร่อย (ทำง่ายๆ ได้ 2 สไตล์)

ไม่ว่าคุณจะสะดวกใช้เตาแก๊สหรือไมโครเวฟ ก็สามารถทำบัวลอยลาวาอร่อยๆ ได้ง่ายๆ 

สไตล์ที่ 1: ต้มเตาแก๊ส (วิธีคลาสสิก แป้งนุ่มหนึบกำลังดี)

  1. ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด (กะปริมาณน้ำให้พอท่วมตัวบัวลอย)
  2. ใส่บัวลอยแช่แข็งลงไปในหม้อได้เลย (ไม่ต้องรอให้ละลายน้ำแข็งก่อน)
  3. ต้มทิ้งไว้ประมาณ 5-7 นาที หรือสังเกตง่ายๆ ว่าถ้า "บัวลอยลอยขึ้นมา" ผิวน้ำ แปลว่าสุกได้ที่แล้ว
  4. ตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำ พร้อมเสิร์ฟ!

สไตล์ที่ 2: ใช้ไมโครเวฟ (สายด่วน หิวปุ๊บได้กินปั๊บ)

  1. นำบัวลอยแช่แข็งใส่ลงในชามที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้
  2. เติม "น้ำร้อน" ลงไปให้ท่วมตัวบัวลอย
  3. นำเข้าไมโครเวฟ ตั้งไฟที่ 900W ใช้เวลาอุ่นประมาณ 1.5 - 2 นาที
  4. ตักออกมาเช็กความสุก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัวลอยร้อนทั่วถึงและไส้ด้านในละลายดีแล้วก่อนรับประทาน



แชร์โพสต์นี้
แท็ก
บล็อกของเรา